Saboten ทงคัทสึขั้นเทพ

ตอนแรกว่าจะไปกินคัทสึชิน พอเดินจากจุฬาฯไปแถวโรงแรมตะวันนาเสร็จเรียบร้อย ก็พบว่ามันปิดอยู่ (ร้านนี้เปิดสองช่วง ช่วงเที่ยงกับช่วงเย็น และปิดวันอาทิตย์) ด้วยความอยากกินทงคัทสึ ก็เลยโบกแท็กซี่ไปกิน Saboten ที่ Central World ชั้น 6 ซะเลย

อุปกรณ์มีน้ำสลัดสองแบบ น้ำจิ้มหมูทอด และมัสตาร์ด

ความจริงเคยมากินครั้งนึงแล้วแหละ แต่ว่าคราวนั้นไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้ คราวนี้ก็เลยไม่พลาดที่จะแชะรูปไว้มาโชว์กัน

โถใส่น้ำจิ้มทงคัทสึ

ใช้กระบวยตัก

น้ำสลัดสองแบบ

สำหรับน้ำสลัดสองแบบที่มีให้นั้น แบบสีดำจะออกเปรี้ยวๆ แต่สีขาวจะออกหวานๆมันๆ ก็แล้วแต่สไตล์คนชอบ หลังจากสั่งเมนูไปไม่นาน กะหล่ำปลีก็มาเสิร์ฟ

ชีช้ำกระหล่ำปลี

ส่วนตัวชอบกะหล่ำปลีของ Katsu King X มากกว่านะ เพราะมันจะเย็นๆ ทำให้อร่อยกว่านิดนึง แต่ปล่อยไว้นานๆมันก็หายเย็นเหมือนกันนั่นแหละ

กะหล่ำเติมได้เรื่อยๆ แต่ไม่เย็นเลย

และแล้วเมนูหลักพระเอกของเราก็มาถึง ทงคัทสึหมูสันนอก

สันนอก ส่วนที่ติดมัน

งา และมินิครก มีทั้งงาขาวและงาดำ

เครื่องเคียง เป็นแตงกวาดอง

ข้าวญี่ปุ่น เติมได้เรื่อยๆ

ซุปก็เติมได้เรื่อยๆ

หลังจากบดงาและเติมน้ำจิ้มแล้วรูปร่างหน้าตาเป็นแบบนี้

สำหรับร้านนี้ เด่นๆเลยก็เป็นเรื่องของหมูครับ ชิ้นหนาๆ แต่ว่าสุกทั่วชิ้น แป้งกรอบกำลังดี จากรูปจะเห็นได้ว่าชิ้นใหญ่มาก

หมูชิ้นหนา ติดมันนิดๆ

สรุปแล้วโดยรวมก็ดี ราคาแพงไปนิดเนื่องจากอยู่ในห้าง เรื่องบริการก็ดีเลยทีเดียว คอยเติมให้เรื่อยๆ ไม่รีรอลีลา เหมาะสำหรับกินตอนเที่ยงแล้วมื้อเย็นก็ไม่ต้องกินอีกเลย ฮ่าๆ อ๊ะ ลืมไป มีปิดท้ายด้วยไอศครีมชาเขียวครับ

ไอศครีมชาเขียว อร่อยดี

Yuujou Ramen ราเมนญี่ปุ่นในราคาไทยๆ

ไปตระเวนกินมาอีกแล้วครับผม คราวนี้เป็นร้าน Yuujou Ramen โดยตัวร้านตั้งอยู่ที่ริมถนนสุขุมวิท หน้าบันไดเลื่อนบีทีเอสสถานีเอกมัยฝั่งสถานีขนส่งครับ เดินทางไปสะดวกทีเดียวเชียว

เพื่อนแนะนำร้านนี้มา เพราะเป็นร้านของคนรู้จักของเพื่อน พอดีกับที่เดินทางไปสอนพิเศษแถบนั้นพอดี เลยถามไถ่ที่ตั้งร้าน แล้วมุ่งหน้าไปทันที มื้อนี้ทานคนเดียวก่อน กะว่าติดใจจะลากเพื่อนมาอีกรอบ เมนูก็หน้าตาเป็นแบบนี้ครับ (เมนูสามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่ เก๋ซะไม่มี)

ชาเขียวรีฟิล 20 บาท

หน้าตาเมนูก็เป็นเยี่ยงนี้แล

ตัวอย่างเมนู

ตัวอย่างเมนู 2

ตัวร้านเป็นร้านขนาดย่อมๆ ตกแต่งอย่างสวยงามสไตล์ญี่ปุ่นแบบทันสมัย พอเข้าร้านมา ได้รับเมนูแล้วสะดุดกับโลโก้ Facebook อยู่แว่บหนึ่ง นึกว่า Mark Zuckerberg(เจ้าของ Facebook) เป็นเจ้าของร้านซะอีก ฮ่าๆ คือจุดประสงค์ของโลโก้นั่นคือจะบอก Facebook Page ของทางร้านนั่นเอง ซึ่งถ้าจะดี ควรจะมี QR Code เพื่อให้สะดวกต่อการเข้าถึง และจะได้ไม่ต้องจำชื่อ Page ไว้ไปเปิดทีหลังด้วย ส่วนโลโก้ Facebook ก็สามารถตัดเหลือไอคอนรูปตัว F ก็ยังได้ หน้าตาคร่าวๆก็ประมาณนี้

QR Code สำหรับ Page yuujouramen

มา Review ร้านอาหาร ไหงออกทะเลไปวิจารณ์หน้าปกเมนูได้ไงหว่า พอๆ กลับเข้าเรื่องของเรากันดีกว่า จานแรก(พูดงี้รู้เลย มีจานที่สองแน่ๆ)ที่สั่งก็เป็น ชาชูเมนซุปมิโซะ หน้าตาแบบนี้

ชาชูเมนซุปมิโซะ ราคา 69 บาท

ชาชูหมูแดง

เส้นเหนียวนุ่ม

หน้าตาดูดีทีเดียว แถมราคาถูกใจอีกต่างหาก เส้นราเมนที่นี่เหนียวนุ่มดี ส่วนสำหรับหมูชาชู โดยที่ 1 จานให้มา 3 ชิ้น ถึงแม้ว่าจะคล้ายหมูแดงบ้านเราไปหน่อย แต่ก็มีลายของมันหมูแทรกให้เห็นตามแบบฉบับชาชู ชิ้นหมูหั่นหนาเกินไป จากปริมาณที่ให้มาสามารถหั่นเป็น 5-6 ชิ้นวางแผ่สวยงามน่ากินได้เลยทีเดียว ส่วนน้ำซุปนี่แหละที่ขอติหน่อยว่าออกไปทางหวาน คนชอบทานหวานอาจจะชอบ แต่สำหรับคนทั่วไปแล้ว น่าจะถือว่าหวานนำโด่งแซงรสอื่นๆอยู่หลายช่วงตัว ซดชามนี้หมดไปจัดต่ออีกชาม ต้องยอมรับว่าราคามีส่วนอย่างมากในการตัดสินใจสั่งอีกจาน

คัทสึด้ง ราคา 79 บาท

อีกจานนึงเป็นคัทสึด้งครับ ตัวเนื้อหมูถือว่าผ่านเกณฑ์ครับด้วยราคาเท่านี้ เอาไปเทียบกับ Saboten หรือ Bekku ไม่ได้ ส่วนรสชาติโดยรวมโอเคดีครับ ถึงจะติดหวานไปนิดนึง แต่ก็อร่อยดี ทั้งๆที่ซัดไปแล้วจานนึงแท้ๆ

สรุป

สังเกตว่าผมจะเน้นที่ราคาอาหาร เพราะว่าถือได้ว่าเป็นจุดเด่นของร้านนี้เลย แต่ส่วนคุณภาพและรสชาติก็ไม่ได้แย่นะครับ ดีเลยทีเดียว ยกเว้นรสออกหวานไปหน่อย และก็ยังมีการตลาดและโปรโมชั่นที่น่าสนใจคือใช้ Social Network จับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งส่งเสริมการบอกต่อได้เป็นอย่างดี

ถ้าคุณอยู่แถวย่านเอกมัย และกำลังหาที่ทานข้าว ร้านนี้เป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับคุณ

King Kong บุฟเฟต์เนื้อย่างญี่ปุ่น

จากการที่อยากกินเนื้อย่างมานานมาก ตัั้งแต่ปิดเทอมได้ กว่าจะมีโอกาสไปกินกันก็หลังจากกลับมาจากภูกระดึง(รอบสอง) ก็เลยนัดกันไปเขมือบกันที่ร้าน King Kong พร้อมๆกับเพื่อนอีก 3 คน

ร้าน King Kong เป็นร้านขนาด 1 คูหา อยู่ที่ซอยหลังสวน ลงบีทีเอสชิดลม ลงทางออกสี่ แล้วกลับหลังหันจากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าซอยชิดลม เดินเข้ามาประมาณ 50-100 เมตร จะเจอร้าน King Kong ฝั่งซ้ายมือ เรามาเริ่มดูรูปกันเลยดีกว่า

จุดเด่นของร้านนี้น่าจะเป็นเนื้อวัวที่มีให้เลือกหลายชนิดตามแต่ความชอบ และอาหารทะเล โดยเฉพาะกุ้งแม่น้ำ อีกหนึ่งเมนูที่ชอบเป็นการส่วนตัวก็คือ น้ำซุป ซึ่งจะไม่ใช่ซุปมิโซะธรรมดา แต่ละเป็นซุปเนื้อ ซึ่งซดไปแล้วจะได้กลิ่นหอมของเนื้อวัวอย่างชัดเจน

เนื้อจะมีอยู่สามส่วนด้วยกันก็คือ เนื้อสัน เนื้อติดมัน และเนื้อลาย สำหรับคนที่ชอบทานเนื้อที่ชุ่มๆหน่อยก็จะชอบเนื้อลายและเนื้อติดมัน ส่วนเนื้อสันจะไม่ค่อยมีมัน (เวลาปิ้งแล้วให้อารมณ์เดียวกับเกมปิ้งเนื้อเลย)

สำหรับหมู (คนที่ชอบทานเนื้อก็จะไม่ค่อยสั่งหมู) นั้นเฉยๆ ไม่อร่อยเท่า Ko Si Rae (แหงสิ นี่มันหมูย่างญี่ปุ่น นั่นมันเกาหลี)

อาหารทะเล สดอร่อยทั้งงกุ้งและปลาหมึกเลย แต่ว่ากุ้งจะแกะยากหน่อย แต่รสชาตินั่นคุ้มกับการเสียเวลาแกะ ปลาหมึกระวังดีๆ ถ้าปิ้งเร็วไปหน่อย ข้างในจะไม่สุก แซลมอนนั้นก็รสชาติโอเค แต่ปิ้งยากไปหน่อย คือเนื้อปลาจะติดกระทะ ต้องคอยพลิกมันอยู่เรื่อยๆ

เห็ดออรินจิต้องปิ้งนานๆ ให้มันนิ่ม รสชาติดี แต่เสียพื้นที่กระทะ(อันมีค่า) นานไปหน่อย

น้ำจิ้มอร่อยกำลังดี ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ สามารถปรุงกระเทียมบด พริกสดซอย กับน้ำพริกเผาเพิ่มเองได้

เครื่องดื่มสามาถเลือกได้หลากหลายมาก

ของหวานเฉยๆ ค่อนไปทางไม่ชอบ อาจจะเป็นเพราะว่าตอนนั้นอิ่มมากแล้วก็ได้

บริการไม่ค่อยประทับใจ สั่งของไปนานพอสมควรกว่าจะได้ เรียกก็ไม่ค่อยหันเท่าไหร่ ไม่ค่อยสอดส่องดูลูกค้าว่ากำลังเรียกอยู่ หรือน้ำหมดหรอยัง

แต่โดยรวมแล้วก็ดี โดยเฉพาะเมนูเนื้อ กับซีฟู้ด แถมยังเดินทางสะดวกอีก

ปล. อิ่มจะอ้วก

Isao ร้านอาหารญี่ปุ่นลูกครึ่งไฮโซ

วันนี้มีโอกาสไปร้านอาหารญี่ปุ่นกับพ่อและแม่ เป็นร้านแบบที่เรียกว่า Fusion Japanese Food Restaurant เพราะว่าอาหารบางเมนูของที่นี่เป็นอาหารที่คิดค้นและดัดแปลงขึ้นเอง โดยดัดแปลงมาจากอาหารญี่ปุ่นอีกทีหนึ่ง ก็แหงสิ นี่มันร้านอาหารญุ่ปุ่นนี่นา

ร้านนี้เป็นร้านขนาดเล็ก ตั้งอยู่ที่สุขุมวิทซอย 31 (ซอยบ้านท่านมาร์กสุดหล่อ) เข้าซอยไปประมาณ 150 เมตร ร้าน Isao จะอยู่ท้างซ้ายมือ หน้าร้านมีที่จอดรถ 1 คัน ซ้อนคันได้อีก 1 คัน

อาหารของร้านนี้รสชาติถูกปากคนไทยโดยรวมมากกว่า เท่าที่รู้ เจ้าของร้านเป็นคนไทยด้วย แต่แหม ราคามันไม่ไทยเลยน่ะสิ เรามาเริ่มดูแต่ละรายการกันเลยดีกว่า

ข้าวหน้าปลาดิบ

ข้าวหน้าปลาดิบอีกมุม

วาซาบิสุดอร่อย

จานนี้คือ Chirashi(ข้าวหน้าปลาดิบ) เป็นจากหลักของผมเอง เอามากินเน้นอิ่ม (เพราะของแพงมันไม่อิ่ม) จานนี้ประกอบด้วยข้าว ไชเท้าฝอย ปลาดิบชนิดต่างๆ และผักดอง ปลาดิบของที่นี่เค้าอร่อยดี ยิ่งกินกับวาซาบิด้วยแล้วยิ่งแจ่มเลย ไข่ปลาแซลมอนข้างบนสุดนั้นอร่อยอย่าบอกใครเชียว

วาซาบิของที่นี่เค้าก็ไม่ธรรมดานะ ไม่ธรรมดาอย่างบอกไม่ถูก ละลายง่ายไม่ติดเป็นก้อน กินแล้วขึ้นจมูกแบบเนียนๆ ไม่ปี๊ดป๊าด

ทงคัทสึ

จานนี้เป็นจากหลักของพ่อชุดข้าวทงคัทสึ หมูของร้านนี้ไม่พิเศษอะไร คล้ายๆของฟูจิ ชิ้นหนาๆแห้งๆหน่อย แต่พิเศษตรงน้ำจิ้มซึ่งเค้าก็บอกในเมนูว่าเป็นน้ำจิ้มสูตรพิเศษ ซึ่งลองชิมดูแล้วมันก็พิเศษจริงๆแฮะ คือรสชาติมันต่างจากน้ำจิ้มทงคัทสึร้านอื่นๆอย่างอธิบายไม่ถูก ถึงแม้หน้าตาจะเหมือนกันก็ตาม

หนอนน้อย Jackie

หนอนน้อย Jackie โคลสอัพ

มาถึงเมนูพิเศษของร้านนี้แล้ว เจ้าหนอนน้อยน่ารักตัวนี้มีชื่อว่าน้อง Jackie โดยนั้นเป็นกุ้งห่อข้าวและใส้อื่นๆอีกทีหนึ่ง ซึ่งนอกจากจะเป็นเมนูที่ดีไซน์แปลกตาแล้ว ซอสที่ราดมานั้นก็เป็นสูตรพิเศษของร้าน โดยรสชาติจะออกหวานๆหน่อย ถูกปากคนไทย

Valcano รสจัดจ้าน

ทีเด็ดอีกเมนูนึงของร้านนี้คือ Volcano ซึ่งเป็นหอย Scallop นำมาปรุงรสให้จัดจ้าน ตัวหอยไม่เท่าไหร่หรอก อร่อยตรงเครื่องปรุงนี่แหละ จานนี้พลาดไม่ได้จริงๆ

Spicy Tempura กรุบกรอบ

จานนี้มีชื่อว่า Spicy Tempura ดูหน้าตาธรรมดา แต่รสชาติดีทีเดียวครับ คือแปลกตรงที่เป็น Maki ไส้เทมปุระ กัดไปแล้วกรอบๆอร่อยดี

เกี๊ยวซ่าชุ่มฉ่ำ

จานสุดท้ายคือเกี๊ยวซ่า ที่จริงมีเต้าหู้ทอดที่รสชาติเหมือนที่ขายบนรถแถวบ้านเลย แต่อร่อยกว่า อันนั้นลืมถ่ายมา หมดเร็วมาก เข้าเรื่องเกี๊ยวซ่าดีกว่า คือมันเป็นเกี๊ยวซ่าที่ไส้มันจะแฉะๆหน่อย ให้อารมณ์เสี่ยงหลงเปา(ฮาเก๋าที่ข้างในเป็นน้ำซุป) อร่อยไปอีกแบบครับ

ผีเสื้อแครอท

กินเสร็จแล้วมีผีเสื้อตัวสีส้มมาเกาะที่จานเกี๊ยวซ่าด้วย

สรุป

ร้านนี้เป็นร้านทางเลือกสำหรับคนที่เบื่ออาหารญี่ปุ่นแบบเดิมๆ รสชาติถูกปากแน่นอน แถมศิลปะบนจานอาหารนั้นก็ทำออกมาได้อย่างสวยงาม

มากินร้านนี้เป็นครั้งแรก และคาดว่าจะเป็นครั้งเดียวด้วย ไม่ใช่ว่าไม่อร่อย อร่อยสมราคา แต่ถ้าให้มากินเองสู้ราคาไม่ไหวจริงๆ ยังไงก็ต้องขอขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ผู้ให้การสนับสนุนอาหารในมื้อนี้ด้วยนะครับ